1 พฤศจิกายน 2564 สังคมโลก : ป่าไม้พม่า

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/articles/426708/

รายงานของนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟิก ระบุว่า กว่าครึ่งของไม้สักในป่าธรรมชาติที่มีอยู่ทั่วโลก อยู่ในทั่วเมียนมา ประเทศซึ่งมีประชากร 54.9 ล้านคน พอล ซาโลเปค ผู้สื่อข่าวของเนชั่นแนล จีโอกราฟิก เผยว่า พบเห็นด้วยตาท่อนซุงไม้สักขนาดยักษ์จำนวนมาก ถูกขนลำเลียงออกจากป่าด้วยเรือท้องแบน มองดูเหมือนการ เคลื่อนย้ายป่า รายงานผลการศึกษาของคณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยลีดส์ ในสหราชอาณาจักร เผยแพร่ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ป่าไม้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังถูกตัดโค่นขนานใหญ่ ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน รายงานของสำนักงานตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมหรือ อี Environmental Investigation Agency : EIA แห่งกรุงลอนดอน  สหราชอาณาจักร กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงที่สุดภูมิภาคหนึ่งของโลก คาดว่าถึงปี พ.ศ. 2573 ป่าธรรมชาติจะถูกทำลายประมาณ 70 ล้านเฮกตาร์ (427ล้านไร่) ซึ่งเท่ากับร้อยละ 25 ของพื้นที่ป่าทั่วโลก

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ป่าไม้ในประเทศเมียนมาถูกแผ้วถางในอัตราเร่ง และในระยะ 30 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2533–2563 เมียนมาสูญเสียพื้นที่ป่าราวร้อยละ 27 โดย 1 ใน 3 มาจากการลักลอบตัดไม้เพื่อการพาณิชย์ นายทุนมาเฟียมีประวัติยาวนาน ในการลักลอบตัดไม้มีค่าในเมียนมาและอีกหลายประเทศในภูมิภาค การตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมพบว่า ช่วงหลายปีล่าสุดนายทุนเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงมาก ในการลักลอบตัดไม้ และส่งออกต่างประเทศ มีกำลังคน และเครื่องมืออุปกรณ์ดีกว่าเดิมมาก สามารถตัดโค่น และขนไม้ซุงออกจากป่าได้ในเวลาอันรวดเร็ว บริษัทป่าไม้ และนายทุนมาเฟียมีความสัมพันธ์แนบแน่น กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทุกฝ่าย รวมทั้งกองทัพ ทำให้การลักลอบตัดไม้สะดวกง่ายดาย แต่ในปี พ.ศ. 2557 รัฐบาลเมียนมาเริ่มเอาจริงกับการปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ออกประกาศห้ามการส่งออกไม้สักในป่าธรรมชาติปฏิบัติการกวดขันตำรวจสามารถจับกุมขบวนการมอดไม้ได้ 153 คน ส่วนใหญ่เป็นนายทุนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกส่งฟ้องศาลเมียนมา และศาลตัดสินจำคุก มีรายที่รับโทษสูงสุดถึง 20ปี แต่ช่วงหลังมานี้ รัฐบาลเมียนมาผ่อนคลายคำสั่งห้ามอนุญาตให้ขาย หรือส่งออกไม้ซุงที่อยู่ในสต๊อกได้ รวมทั้งไม้ที่เกิดจากการปลูกป่า นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวเมียนมารายหนึ่ง ซึ่งทำงานอยู่ที่ อ.มะลาย เขตซะไกง์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เผยต่อซาโลเปคว่า นายทุนลักลอบตัดไม้สักในพื้นที่ จ่ายค่าแรงคนงานครึ่งหนึ่งเป็นเงินสด ส่วนที่เหลือเป็นยาเสพติด ชาวบ้านรับจ้างทำไร่นาในเมียนมาส่วนใหญ่ ได้ค่าแรงตกวันละ 3-5 ดอลลาร์สหรัฐ (100-166 บาท) แต่ถ้ารับจ้างนายทุนตัดไม้สักในป่าจะได้ขั้นต่ำสุดวันละ 6 ดอลลาร์ (200 บาท)

รายงานขององค์กรอนุรักษ์ป่าธรรมชาติ GlobalConservation : GC แห่งเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ระบุว่า จนถึงปี พ.ศ. 2561อุทยานแห่งชาติอลองดอว์กัสสป (AleungdawKathapa National Park) ในเมืองโมนยวา เขตซะไกง์ ซึ่งเป็นอุทยานสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมา ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 150,000 เฮกตาร์ (915,000ไร่) และเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง และสัตว์ป่าอีกหลากหลายชนิด มีเจ้าหน้าที่รักษาป่าคอยดูแลเพียง 12 คน อุทยานแห่งชาติอลองดอว์กัสสปสูญเสียป่าประมาณร้อยละ 80 จากการลักลอบตัดไม้ แต่โชคยังดีที่รอบอุทยานราวร้อยละ 60 เป็นแนวหน้าผาภูเขาสูงชันราว 2,000 ฟุต ทำให้ป่าด้านนี้รอดพ้นจากการถูกทำลาย มานานหลายทศวรรษ